โรคหัวใจสัมพันธ์กันอย่างไรกับโรคหยุดหายใจขณะหลับ ใครควรตรวจ?

47 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โรคหัวใจสัมพันธ์กันอย่างไรกับโรคหยุดหายใจขณะหลับ ใครควรตรวจ?

ศาสตราจารย์นายแพทย์วิชญ์ บรรณหิรัญ
American Board of Sleep Medicine
Certified International Sleep Specialist

ข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของดารา ยูทูบเบอร์ชื่อดังและอีกหลาย ๆ คนในข่าว ทำให้หลายคนหันมาสนใจโรคหัวใจที่อาจซ่อนอยู่โดยไม่มีอาการชัดเจน

   ข้อมูลล่าสุดพบว่า การเสียชีวิตขณะหลับหลายรายเกี่ยวข้องกับภาวะระบบหัวใจและไหลเวียนโลหิตล้มเหลว หรือหลอดเลือดตีบรุนแรง จนทำให้หัวใจขาดเลือด

อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตในช่วงกลางคืนหรือในลักษณะคล้ายกำลังหลับ ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากโรคหยุดหายใจขณะหลับเสมอไป
การสรุปสาเหตุจำเป็นต้องอาศัยผลตรวจและข้อมูลทางการแพทย์ของแต่ละบุคคล

** คำตอบโดยสรุป

   โรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ Obstructive Sleep Apnea (OSA) ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้นหรือตีบแคบซ้ำ ๆ ขณะนอนหลับ อาจทำให้ระดับออกซิเจนจึงลดลง ความดันโลหิตพุ่งขึ้น และหัวใจต้องทำงานหนักตลอดคืน โดยเฉพาะหากเป็นในระดับรุนแรง

   OSA มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะผู้ที่นอนกรนดัง มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจ ตื่นมาไม่สดชื่น หรือมีโรคหัวใจอยู่แล้ว ควรได้รับการประเมินว่าจำเป็นต้องตรวจการนอนหลับหรือไม่ [1]

**โรคหยุดหายใจขณะหลับส่งผลต่อหัวใจอย่างไร?

 ขณะนอนหลับตามปกติ ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจควรลดลง เพื่อให้หัวใจและหลอดเลือดได้พัก แต่ในผู้ที่มี OSA ทางเดินหายใจจะอุดกั้นหรือตีบแคบซ้ำ ๆ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 4 ประการ
 
1. ออกซิเจนลดลงและกลับเพิ่มขึ้นซ้ำ ๆ
การหยุดหายใจทำให้ระดับออกซิเจนลดลงเป็นช่วง ๆ และกลับเพิ่มขึ้นเมื่อเริ่มหายใจใหม่ เรียกว่า intermittent hypoxia and reoxygenation กระบวนการนี้กระตุ้นภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ การอักเสบ และความผิดปกติของผนังหลอดเลือด
 
2. ระบบประสาทซิมพาเทติกถูกกระตุ้น
เมื่อร่างกายรับรู้ว่าขาดออกซิเจน ระบบประสาทที่ใช้ตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินจะถูกกระตุ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตพุ่งและผันผวนหลายครั้งตลอดคืน
 
3. การนอนหลับถูกรบกวนและขาดช่วง
การหายใจติดขัดซ้ำ ๆ อาจทำให้สมองถูกกระตุ้นตื่นบ่อย การหลับไม่ต่อเนื่อง หลับไม่สนิท ตื่นเข้ามาแล้วรู้สึกนอนไม่เต็มอิ่ม ง่วงกว่าปกติตอนกลางวัน แม้ว่าจะนอนครบหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม [1]
 
4. เกิดแรงดันลบในทรวงอก
ร่างกายยังพยายามสูดหายใจทั้งที่ทางเดินหายใจปิด จึงเกิดแรงดันลบภายในทรวงอกมากผิดปกติ เพิ่มภาระต่อหัวใจและอาจส่งเสริมการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ

** OSA เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจมากเพียงใด?

   การวิเคราะห์อภิมานที่รวบรวมการศึกษาติดตาม 18 การศึกษา ผู้เข้าร่วมมากกว่า 25,000 คน พบว่า ผู้ที่มี OSA มีอัตราการเกิดเหตุการณ์ทางหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าผู้ที่ไม่มี OSA ประมาณ 1.82 เท่า โดยความสัมพันธ์ชัดขึ้นตามระดับความรุนแรงของโรค [2]

   ตัวเลขนี้แสดงถึง “ความสัมพันธ์” ไม่ได้หมายความว่า OSA เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวของโรคหัวใจในผู้ป่วยทุกคน เพราะความเสี่ยงยังขึ้นกับอายุ พันธุกรรม การสูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคอ้วน และปัจจัยอื่นร่วมด้วย

   สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า OSA พบได้บ่อยถึงประมาณ 40–80% ในผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันหลอดเลือดปอดสูง หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือโรคหลอดเลือดสมอง แต่ผู้ป่วยจำนวนมากยังไม่ได้รับการวินิจฉัย [1]

**ใครบ้างควรประเมินโรคหยุดหายใจขณะหลับ?
 
ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการหรือปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้
  • นอนกรนดังเป็นประจำ
  • คนใกล้ชิดเห็นว่าหยุดหายใจ หายใจสะดุด หรือสำลักขณะหลับ
  • สะดุ้งตื่น หายใจไม่อิ่ม หรือใจสั่นกลางคืน
  • ตื่นมาปากแห้ง ปวดศีรษะ หรือไม่สดชื่น
  • ง่วงมากผิดปกติ สมาธิลดลง หรือเผลอหลับระหว่างวัน
  • มีความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะชนิดที่ควบคุมยาก
  • มีหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือหัวใจล้มเหลว
  • เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
  • มีโรคอ้วน เบาหวาน คอใหญ่ หรือโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนบนแคบ

   โรคหยุดหายใจขณะหลับไม่ได้พบเฉพาะในผู้ที่มีโรคอ้วน ผู้ที่รูปร่างไม่อ้วนก็สามารถเป็นได้ หากมีต่อมทอนซิลโต ลิ้นโต ขากรรไกรเล็กหรือถอย จมูกอุดตัน หรือทางเดินหายใจแคบ
 
   ผู้ป่วย OSA บางรายไม่มีอาการง่วงกลางวันอย่างชัดเจน จึงไม่ควรใช้ความง่วงเป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว
 
**Sleep Test ตรวจอะไร และทำไมจึงควรตรวจ?
 
Sleep Test หรือการตรวจการนอนหลับ ช่วยประเมินข้อมูลสำคัญระหว่างหลับ ได้แก่
  • คุณภาพการนอนหลับ
  • ระยะการหลับต่าง ๆ
  • การกรนและการหายใจติดขัด
  • จำนวนครั้งที่หยุดหายใจหรือหายใจแผ่ว
  • ระดับออกซิเจนในเลือด
  • ความพยายามในการหายใจ
  • อัตราการเต้นของหัวใจ
  • ท่านอนและความสัมพันธ์กับการหยุดหายใจ

   ผลตรวจช่วยให้แพทย์วินิจฉัยชนิดและระดับความรุนแรงของโรค รวมถึงเลือกแนวทางรักษาให้เหมาะกับสาเหตุ โครงสร้างทางเดินหายใจ โรคร่วม และความต้องการของผู้ป่วยแต่ละคน [3]
 
   การตรวจพบ OSA ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนต้องรักษาด้วย CPAP วิธีรักษาอาจประกอบด้วยการควบคุมน้ำหนัก การจัดท่านอน อุปกรณ์ในช่องปาก CPAP การรักษาทางเดินหายใจ การผ่าตัด หรือวิธีอื่นตามความเหมาะสม
 
   Sleep Test ไม่ใช่การตรวจหลอดเลือดหัวใจและไม่สามารถบอกได้โดยตรงว่าหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่
 
   หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลม ควรพบแพทย์เพื่อประเมินโรคหัวใจโดยตรง การตรวจการนอนหลับและการตรวจหัวใจในผู้ป่วยบางรายควรทำควบคู่กัน
 
**คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
 
1. นอนกรนทุกคนเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่?
 
ไม่ใช่ทุกคนที่นอนกรนจะมี OSA แต่นอนกรนเป็นสัญญาณว่าทางเดินหายใจแคบลง หากมีอาการหยุดหายใจ สำลัก สะดุ้งตื่น หรือนอนไม่สดชื่นร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
 
2. โรคหยุดหายใจขณะหลับทำให้เกิดโรคหัวใจหรือไม่?
 
OSA มีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจหลายชนิด และมีกลไกที่อาจส่งผลต่อหัวใจและหลอดเลือด แต่ไม่ควรสรุปว่า OSA เป็นสาเหตุของโรคหัวใจในบุคคลใดโดยไม่มีผลตรวจและข้อมูลทางการแพทย์ครบถ้วน
 
3. มีโรคหัวใจอยู่แล้วควรตรวจการนอนหลับหรือไม่?
 
ควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควบคุมยาก หัวใจเต้นผิดจังหวะซ้ำ หัวใจล้มเหลว นอนกรน หรือมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ [1]
 
  สรุป
โรคหยุดหายใจขณะหลับทำให้ระดับออกซิเจนลดลง กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ สมองตื่นบ่อย และเพิ่มภาระต่อหัวใจซ้ำ ๆ ตลอดคืน จึงสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดสมอง
 
อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตขณะหลับไม่ได้แปลว่าเกิดจาก OSA เสมอไป และ Sleep Test ไม่สามารถใช้ตรวจหาหลอดเลือดหัวใจตีบได้
 
  การหลับไปทุกคืนไม่ได้แปลว่าหัวใจได้พักเสมอไป หากคุณนอนกรน หยุดหายใจ ตื่นมาไม่สดชื่น หรือมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินให้ชัดเจน ก่อนที่ “สัญญาณเงียบ” จะกลายเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว
 
เอกสารอ้างอิง
  • Yeghiazarians Y, et al. Obstructive Sleep Apnea and Cardiovascular Disease: A Scientific Statement From the American Heart Association. Circulation. 2021;144:e56–e67.
  • Andor M, et al. Association Between Obstructive Sleep Apnea and Cardiovascular Risk: A Systematic Review and Meta-Analysis of Prospective Cohort Studies. Medicina. 2025;61:1988.
  • Kapur VK, et al. Clinical Practice Guideline for Diagnostic Testing for Adult Obstructive Sleep Apnea. Journal of Clinical Sleep Medicine. 2017;13:479–504.

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้