261 จำนวนผู้เข้าชม |
ศาสตราจารย์นายแพทย์ วิชญ์ บรรณหิรัญ
American Board of Sleep Medicine,
Certified international sleep specialist
เพดานปากแคบ…อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก เมื่อโครงสร้างในปาก ส่งผลต่อการหายใจและการนอนหลับ หลายคนที่มีปัญหา นอนกรน คัดจมูกเรื้อรัง หรือหลับไม่สนิท อาจเคยตรวจจมูก ตรวจคอ หรือพยายามปรับพฤติกรรมการนอนมาแล้วหลายอย่าง แต่ยังไม่ทราบว่า “เพดานปากและขากรรไกรบน” อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ
ในทางการแพทย์พบว่า ผู้ที่มี เพดานปากแคบหรือโก่งสูง มักมี
การขยายเพดานปากคืออะไร ?
การขยายเพดานปาก (Palatal / Maxillary Expansion) เป็นแนวคิดการรักษาที่มุ่ง เพิ่มความกว้างของขากรรไกรบนและฐานโพรงจมูก เพื่อช่วยให้การหายใจทางจมูกดีขึ้น และลดความแคบของทางเดินหายใจส่วนบน อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาจะ แตกต่างกันตามอายุและสภาพกระดูก ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับวิธีเดียวกัน ปัจจุบัน มีวิธีการต่าง ๆ ดังนี้
1. Rapid Maxillary Expansion (RME) ใช้ในเด็กหรือวัยรุ่นตอนต้นที่กระดูกเพดานยังไม่ปิด ในเด็กบางรายอาจช่วยลดการกรน และช่วยการหายใจขณะหลับ
2. Miniscrew-Assisted Rapid Palatal Expansion (MARPE) ใช้หมุดยึดกับกระดูกเพดาน เหมาะกับวัยรุ่นตอนปลายหรือผู้ใหญ่ตอนต้นบางราย เพื่อเพิ่มแรงขยายไปที่กระดูกโดยตรงมากขึ้น
3. Surgically Assisted Rapid Palatal Expansion (SARPE) เป็นการขยายเพดานปากร่วมกับการผ่าตัด ใช้ในผู้ใหญ่ที่กระดูกเพดานปิดสนิท ให้ผลการขยายเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน แต่เป็นหัตถการที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
4. Distraction Osteogenesis Maxillary Expansion (DOME) เป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้นเพื่อผู้ใหญ่ที่มีเพดานปากแคบและมี OSA ใช้การผ่าตัดขนาดเล็ก ร่วมกับการขยายกระดูกอย่างค่อยเป็นค่อยไป งานวิจัยบางส่วนพบว่าช่วยลดการกรนและปรับคุณภาพการนอนหลับในผู้ป่วยที่เหมาะสม
5. Endoscopically Assisted Surgical Expansion (EASE) เป็นการขยายเพดานปากแบบผ่าตัดเล็กผ่านกล้อง เน้นการเพิ่มความกว้างของฐานโพรงจมูก อาจช่วยให้หายใจทางจมูกโล่งขึ้น และช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับในบางราย