การผ่าตัดยึดกระดูกใต้โคนลิ้นและกล่องเสียง (Hyoid myotomy and suspension)

 การผ่าตัดยึดกระดูกใต้โคนลิ้นและกล่องเสียง  (Hyoid myotomy and suspension)



      บริเวณใต้โคนลิ้นจะมีกระดูกที่เราเรียกว่า ฮัยออยด์ (Hyoid bone) ซึ่งเป็นที่เกาะของกล้ามเนื้อลิ้นและลำคอและบางส่วนของกล่องเสียง  กระดูกชิ้นนี้จะมีความกว้างตรงกลางราว 1 ซม.และยาวประมาณ 8-10 ซม.ในผู้ใหญ่  ซึ่งในการผ่าตัดยึดกระดูกใต้โคนลิ้นและกล่องเสียงนี้  มีจุดประสงค์เพื่อทำให้ทางเดินหายใจบริเวณโคนลิ้น และเหนือกล่องเสียงกว้างและตึงขึ้น ใช้สำหรับรักษารักษาอาการนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับปานกลางหรือรุนแรง  การรักษาวิธีนี้อาจทำภายใต้การฉีดยาชาหรือการดมยาสลบ โดยแพทย์จะผ่าตัดผ่านแผลใต้คางซึ่งยาวประมาณ 6-7 ซม. และทำการเย็บด้วยไหมพิเศษเพื่อยึดกระดูกฮัยออยด์ กับกระดูกของกล่องเสียง (ที่เรามักเรียกว่า ลูกกระเดือก)  ตามรูป

 

ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลหลังรักษาเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง  โดยแผลผ่าตัดภายนอกนั้นจะอยู่ใต้บริเวณคางคล้ายรอยย่นของผิวหนังคอที่มีอยู่แล้ว และผู้ป่วยอาจไม่จำเป็นต้องตัดไหมภายหลังเนื่องจากนิยมใช้ไหมละลายเองได้เย็บ อาการปวดหรือเจ็บแผลหลังผ่าตัดไม่มาก และบางคร้งอาจทำการตัดเนื้อไขมันใต้ผิวหนังบริเวณนี้ออกด้วย เพื่อลดปริมาณไขมันและทำให้รูปร่างคอใต้คางดูดีขึ้น  ผลการรักษามักเห็นได้ใน 3-4 สัปดาห์หลังจากแผลเริ่มยุบบวมแล้ว อย่างไรก็ตามมักต้องทำร่วมกับการผ่าตัดอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น การจี้โคนลิ้นด้วยความถี่วิทยุ  เพื่อเพิ่มประสิทธิผลการรักษา เนื่องจากไม่ใช่การรักษาที่คาดหวังว่าจะได้ผลถาวรตลอดไปเช่นเดียวกับการรักษาชนิดอื่นๆ   ทั้งนี้ในอนาคต ถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและอายุมากขึ้น อาการอาจแย่ลงได้
 การเตรียมตัวก่อนการรักษา   ผู้ ป่วยควรจะรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เช่น พักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันไข้หวัดหรือการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน ซึ่งอาจทำให้ต้องเลื่อนการผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน หรือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องหยุดยาก่อนผ่าตัดหลายวัน ทั้งนี้ต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินความพร้อมของผู้ป่วยสำหรับการผ่าตัด ซึ่งอาจต้องตรวจเลือด ภาพถ่ายรังสี หรือคลื่นหัวใจแล้วแต่ความจำเป็น
 
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด
โดยทั่วไปมักไม่รุนแรงและพบน้อยไม่ถึงร้อยละ 5 ได้แก่   ผู้ป่วยอาจรู้สึกหายใจลำบากจากการบวมโคนลิ้น  ซึ่งถ้าอาการรุนแรง อาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจ หรือเจาะหลอดลมคอ  บางรายอาจเลือดออกจากแผลผ่าตัดซึ่งมักมีปริมาณน้อยและหยุดได้เอง ยกเว้นถ้าเลือดออกไม่หยุดอาจต้องไปทำการห้ามเลือดในห้องผ่าตัด   ผู้ ป่วยอาจกลืนไม่สะดวกเนื่องจากบวมและเจ็บโคนลิ้นในช่วงแรกได้ ซึ่งมักเป็นไม่เกิน 1 สัปดาห์ การรักษาวิธีนี้อาจมีความเสี่ยงต่อภยันตรายต่อเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 ซึ่งมาเลี้ยงกล้ามเนื้อของลิ้นได้ แต่มีรายงานที่พบน้อยมาก (ไม่ถึงร้อยละ 1)  และผู้ป่วยเกือบทุกรายพูดได้ชัดปรกติ   อย่าง ไรก็ตามแม้ว่าผลข้างเคียงที่รุนแรงจะพบได้น้อยมาก แต่ผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรงและมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือ มีโรคหัวใจร่วมด้วย  จะมีอัตราเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้สูงขึ้น
 
การปฏิบัติตนและสิ่งที่ควรทราบหลังผ่าตัด 
  1. ผู้ป่วยส่วนมากมักได้รับการรักษาร่วมกับการผ่าตัดบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ หรือการรักษาในจมูก ดังนั้น แพทย์จึงมักให้นอนพักในโรงพยาบาล หลังผ่าตัด 1-2 คืน เพื่อเฝ้าระวัง และสังเกตอาการ  
  2. ผู้ ป่วยอาจมีอาการเจ็บแผล ราว 1 – 2 สัปดาห์ ซึ่งมักเป็นเนื่องจากการผ่าตัดอื่นที่ทำร่วมด้วยมากกว่า อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยมักจะได้รับยาที่จำเป็น เช่น ยาแก้ปวด  ยาแก้อักเสบ  และ ยาลดบวมกลุ่มสเตียรอยด์ ร่วมด้วย 
  3.  หลังการผ่าตัดสัปดาห์แรก ทางเดินหายใจมักจะบวมขึ้น อาจทำให้หายใจไม่สะดวก และกรนอาจยังไม่ดีขึ้น ดังนั้นควรอมน้ำเข็งหรือประคบเย็นที่คอบ่อยๆ  และหลีกเลี่ยงการขับเสมหะแรงๆ  ระวังไม่แปรงฟันเข้าไปในช่องปากลึกเกินไป งดเล่นกีฬาที่หักโหมหรือยกของหนักชั่วคราว  นอนศีรษะสูง โดยใช้หมอนหนุน    แต่ถ้าอาการเป็นรุนแรงขึ้นควรรีบไปโรงพยาบาลพบแพทย์ทันที  
  4. ควรรับประทานอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือ อาหารเหลวที่เย็น เช่น ไอศกรีม   ไม่ควรรับประทานอาหารที่แข็งหรือร้อน หรือ รสเผ็ดรสจัดเกินไปอย่างน้อย 1 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด การนัดตรวจติดตามอาการ แพทย์จะนัดมาดูแผลครั้งแรกประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด  และหลังจากนั้น 4 สัปดาห์ แพทย์จะนัดมาเพื่อประเมินผลการรักษา ถ้าอาการต่างๆ เช่น นอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ดีขึ้น แพทย์อาจจะพิจารณาการรักษาซ้ำหรือ แนะนำทางเลือกในการรักษาอื่น ๆ ที่เหมาะสมมากกว่าต่อไป
 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com