การผ่าตัดเลื่อนกระดูกขากรรไกรบนและล่างมาทางด้านหน้า

การผ่าตัดเลื่อนกระดูกขากรรไกรบนและล่างมาทางด้านหน้า



      ในผู้ป่วยที่มีภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับระดับรุนแรง  การผ่าตัดเลื่อนกระดูกขากรรไกรบนและล่างมาทางด้านหน้า  (Maxillo-Mandibular Advancement:) หรือ เรียกย่อว่า MMA  นี้เป็นทางเลือกในการรักษาแบบผ่าตัดที่มีประสิทธิผลดีที่สุดอย่างหนึ่ง  เนื่องจากสามารถแก้ไขทางเดินหายใจที่ตีบแคบให้ขยายขึ้นได้หลายระดับตั้งแต่ หลังเพดานอ่อน จนถึงบริเวณหลังโคนลิ้น และเหนือกล่องเสียง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความตึงตัวของกล้ามเนื้อในบริเวณดังกล่าวซึ่งทำให้ ป้องกันการหย่อนตัวขณะหลับได้  การผ่าตัดนี้ทำโดยการตัดกระดูกกรามบน (maxilla) และกระดูกกรามล่าง (mandible)  แล้วเลื่อนมาด้านหน้าประมาณ 10-15 มิลลิเมตร โดยยึดกับกระดูกใบหน้าข้างเคียงด้วยลวดหรือแผ่นเหล็กและสกรูทางการแพทย์ (plate และ screw)  โดยผู้ที่รับการผ่าตัดจะมีแผลที่ด้านในริมฝีปากทั้งบนและล่างบริเวณใกล้เหงือก ดังนั้นจึงไม่มีแผลบริเวณใบหน้าหรืออาจมีเล็กน้อยมาก การผ่าตัดชนิดนี้นิยมเลือกทำในกรณีที่ผ่าตัดรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดย วิธีอื่นๆแล้ว ล้มเหลว แต่สามารถเลือกทำเป็นการผ่าตัดแรกได้ถ้ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดรุนแรง หรือ มีความผิดปกติของโครงสร้างของกระดูกของใบหน้า โดยที่ไม่พบลักษณะผิดปกติที่ชัดเจนของทางเดินหายใจส่วนต้นอื่น ๆ ร่วมด้วย  หลังการผ่าตัดอาจทำให้โครงหน้าของใบหน้าส่วนล่างเปลี่ยนแปลงได้บ้าง ซึ่งอาจเป็นข้อดีในบางรายเช่นในผู้ป่วยที่มีรอยย่นหรือผิวหน้าหย่อนยาน  การผ่าตัดจะทำให้ผิวหนังบริเวณใบหน้าตึงมากขึ้น หรือรูปหน้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้   อย่างไรก็ดีเนื่องจากเป็นการผ่าตัดใหญ่ภายใต้การดมยาสลบและต้องใช้เวลาพักฟื้นโดยไม่สามารถเคี้ยวอาหารตามปกติอยู่หลายสัปดาห์  ดังนั้นเพื่อผลที่ดีที่สุดต่อตัวท่าน จึงควรพิจารณาถึงทางเลือกต่าง ๆ อย่างรอบด้าน

 
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด
      ผู้ป่วยควรปรึกษากับแพทย์และทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงเพื่อข้อมูลการรักษาอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ  โดย ที่แพทย์จะประเมินความพร้อมของผู้ป่วยสำหรับการผ่าตัด เช่นตรวจเลือด ปัสสาวะ ภาพถ่ายรังสีบริเวณใบหน้าและช่องอก หรือคลื่นหัวใจแล้วแต่ความจำเป็น พร้อมทั้งทำการจองห้องไอซียูไว้ล่วงหน้า นอกจากนี้ทันตแพทย์จะช่วยเตรียมการพิมพ์ฟันและจำลองโครงสร้างของกระดูกใบหน้าของผู้ป่วยก่อนเพื่อสร้างเป็นแบบสำหรับวางแผนการผ่าตัดอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ป่วยควรเตรียมความพร้อมด้านเวลาสำหรับพักฟื้นในโรงพยาบาลหลังผ่าตัดโดยประมาณ 3-4 วัน และพักงานต่ออีกราว 1 สัปดาห์

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด
      ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดที่อาจพบบ่อยมักไม่รุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยส่วนมากมักมีอาการชาบริเวณเหงือกด้านบน ด้านล่าง หรือบริเวณริมฝีปากและคางได้ เนื่องจากอาจมีการกระทบกระเทือนเส้นประสาทสัมผัสที่มาเลี้ยงบริเวณดังกล่าว จากการผ่าตัดซึ่งมักเป็นเพียงชั่วคราวและอาจดีขึ้นใน 1 ปี  บางท่านอาจปวดหรือเจ็บรอบปากหลังผ่าตัดเนื่องจากลวดและเครื่องมือในบริเวณฟันและเหงือก  หรือบางครั้งเวลารับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำอาจมีสำลักขึ้นจมูกได้  ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่พบได้แต่น้อย เช่น ผู้บางรายอาจมีภาวะเลือดออกมากผิดปกติในช่วงระหว่างผ่าตัดหรือพักฟื้นระยะแรก   การติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัดรูป หน้าหรือการสบฟันผิดไปจากที่ควรจะเป็นเนื่องจากวัสดุที่ใช้ยึดกระดูกหลวม หรือเคลื่อน หรือ กระดูกขากรรไกรบนตายจากการขาดเลือดมาเลี้ยง เป็นต้น
 
ส่วนใหญ่แพทย์จะให้นอนในหอผู้ป่วยต่ออีกประมาณ 2 -3 วัน เพื่อสังเกตอาการ  และถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แพทย์จึงอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ ยาแก้ปวด  ผู้ป่วยจะได้รับการยึดขากรรไกรบนและล่างไว้ด้วยยาง เพื่อให้การสบฟันเข้าที่ และกระดูกที่ถูกตัดยึดติดกันได้ดีประมาณ 2-4 สัปดาห์  ระหว่างนี้ผู้ป่วยต้องรับน้ำและอาหารเหลวทางปาก โดยช่วงแรกอาจต้องใช้อาหารเหลวผ่านทางกระบอกฉีดยาโดยดันให้ผ่านระหว่างร่องฟันไปที่คอ  แต่เมื่อริมฝีปากเริ่มยุบบวมลงจึงอาจใช้การดูดอาหารเหลวทางหลอดได้  หลัง จากแพทย์เอายางมัดฟันออกให้ ผู้ป่วยจึงเริ่มอ้าปากและสามารถรับประทานอาหารเหลว หรืออาหารอ่อนได้เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ตุ๋น แต่ไม่ควรเคี้ยวอาหารเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์
3. ผู้ ป่วยส่วนใหญ่มักมีใบหน้าบวม อาจรู้สึกชาบริเวณใบหน้า และมีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัดและบริเวณริมฝีปาก หรืออาจมีรอยช้ำจากการมีเลือดออกใต้ผิวหนังบริเวณคอและใบหน้า ซึ่งอาการต่างเหล่านี้มักจะค่อยๆหายไปได้เอง    ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่ายังมีไหมเย็บอยู่ในช่องปาก ซึ่งมักะละลายได้เองในเวลา 1-2 เดือน<>
5.ผู้ป่วยควรรักษาความสะอาดในช่องปากให้ดี เช่น บ้วนปากและทำความสะอาดฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร  การนัดตรวจติดตามอาการ      สัปดาห์หลังผ่าตัด และหลังจากนั้นราว 1 เดือน ผลของการผ่าตัดนั้นมักจะเห็นผลได้เร็ว แต่จะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น หลังเนื้อเยื่อของทางเดินหายใจยุบบวม ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักกลับไปทำงานได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน  โดยแพทย์และทันตแพทย์จะนัดมาเพื่อประเมินผลการรักษา ซึ่งถ้ามีอาการข้างเคียงหรือ อาการต่างๆไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร   แพทย์ผู้เกี่ยวข้องจะร่วมกันพิจารณาแนะนำทางเลือกในการรักษาอื่น ๆ ที่เหมาะสมต่อไป
 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com